ศูนย์วิทยุทีอาร์  CB 245.100 MHz /CH9 HATYAI     
                                เราคือกลุ่มเพื่อนที่ใช้เวลาว่างช่วยเหลือสังคมและช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาส


โลโก้ ที อาร์

เพลง ที อาร์ พาสุข

เพลง ปลุกใจวัยทอง

แจกของน้ำท่วม

Main Menu



Main Menu



Main Menu



Main Menu




เพื่อนๆ ที่รักการถ่ายรูป เชิญทางนี้ >> คลิ๊ก <<

 

     สวัสดี เพื่อนๆ สมาชิกชมรมนักวิทยุสมัครเล่น tawanradio (TR) และเพื่อนๆ ทุกท่านที่เข้ามาเยี่ยม่ชมโฮมเพจ ธรรมะออนไลน์ ครับ  คอลัมน์ ธรรมะทานออนไลน์นี้ จัดทำขึ้นเพื่อเป็นธรรมะทานโดยแท้ คือ ต้องการเผยแพร่พุทธศาสนาให้กับประชาชนโดยทั่วไป และเป็นการแจกบทบทความหรือข้อมูลเกี่ยวกับธรรมะ เพื่อเพื่อนๆ จะได้นำไปใช้ประโยชน์ต่อตนเองหรือผู้อื่นก็ได้ หากบทความนี้พอจะเป็นประโยชน์อยู่บ้าง ผู้เขียนขอมอบให้กับคุณพ่อ คุณแม่ ผู้ล่วงลับไปแล้ว และเพื่อนๆ ที่มอบเอกสารอ้างอิงในการทำบทความนี้ แต่หากว่ามีความผิดพลาด บกพร่อง อยู่บ้าง ผู้เขียนขอน้อมรับคำชี้แนะ และขอรับผิดแต่เพียงผู้เดียว 
     ก่อนอื่น ขอกล่าวถึงคำว่าธรรมทานก่อน ว่าหมายความว่าอย่างไร
     คำว่า "ธรรม" เพียงคำเดียว มีความหมายมากมายหลายประการ แต่ประการที่สำคัญที่สุดนั้น ธรรมะ คือ หน้าที่ ที่มนุษย์จะต้องปฏิบัติให้ถูกต้องตามกฏของธรรมชาติทุกขั้นทุกตอนแห่งวิวัฒนาการของเขา เพื่อความมีชีวิตอยู่อย่างผาสุก ทั้งโดยส่วนตัวและโดยส่วนรวม หรือทั้งโลก ส่วนคำว่า "ทาน" แปลว่า การให้ 
     ดังนั้น คำว่า ธรรมทาน คือให้ธรรมเป็นทาน หมายถึง ความรู้ที่จะทำให้พ้นทุกข์ได้ ไม่ค่อยเป็นไปเพื่อกิเลส นอกจากทำไปเพื่อความโอ้อวดอยากดัง หรือหวังประโยชน์ตอบแทน ธรรมทานนี้ทำโดยตรงหรือโอยอ้อมก็ได้

 

 


 

อนุโมทนา
     สวดมนต์ไหว้พระเป็นธรรมประจำชีวิต เป็นข้อคิดประจำชีวิตเกิดผลผลิเพื่องอกงาม สร้างความดีให้แก่ตน ผลกำไรเป็นความดีเพื่อมอบให้แก่เพื่อนร่วมชาติร่วมโลกได้อยู่ด้วยความมีโชคดีทุกๆ ท่าน
     ขอให้ท่านพร้อมด้วยสมาชิกในครอบครัวได้สวดมนต์กันทุกคนทุกครอบครัว เพื่อเป็นสิริมงคลในชีวิต จะเกิดฐานะดี มีปัญญา จะได้มีความสุขความเจริญยิ่งๆ ขึ้นไปในชีวิต
     ขอให้ท่านชวนลูกหลานทุกๆ คนสวดมนต์ก่อนนอน ถ้าท่านทั้งหลายตั้งใจ ศรัทธา เชื่อมั่น ลุกหลานได้สวดมนต์ตามบทนี้แล้ว ผลที่ได้รับจากการสวดมนต์นั้น

 

1) ลูกหลานจะมีระเบียบวินัยที่ดี
2) ลูกหลานจะไม่เถียง จะเคารพเชื่อฟังพ่อแม่ เขาจะรู้ว่าเป็นเด็กหรือผู้ใหญ่ จะวางตัวได้เหมาะสม
3) เมื่อเจริญวัยเป็นหนุ่มสาว ก็จะเป็นลูกหลานที่ดีของพ่อแม่ เป็นพลเมืองดีของสังคมและประเทศชาติ
4) ผู้ที่สวดและปฏิบัติเป็นประจำจะเจริญรุ่งเรืองพัฒนาสถาพร จะรวย จะสวย จะดีมีปัญญา จะสมประสงค์ในสิ่งที่ดีงาม ตลอดไปทุกประการ
         พระธรรมสิงหบูราจารย์ (หลวงพ่อจรัญ จิตธัมโม) วัดอัมพวัน อ.พรหมบุรี จ.สิงหบุรี


 

วิธีสวด
     ให้เริ่มสวดตั้งแต่ บทกราบพระรัตนตรัย ต่อด้วย นมัสการพระรัตนตรัย ถวายพรพระ ชัยมงคลคาถา เพียง 1 จบ จากนั้นให้สวดบทอิติปิโส เท่าอายุ บวกด้วย 1 เสร็จแล้วให้แผ่เมตตา จบแล้วให้แผ่ส่วนกุศล เสร็จแล้วจึงจะอธิฐานตามสิ่งที่ปรารถนา จากนั้นจึงสวดพระคาถาชินบัญชร
   

คลิ๊ก !! ดาวน์โหลด
      
 

 


พระคาถาชินบัญชร

     ก่อนที่เจริญภาวนา ให้ตั้งจิตให้เป็นสมาธิ แล้วระลึกถึง เจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) แล้วตั้งนะโม ๓ จบ
     ส่วนบทนำข้างล่างนี้ ตามฉบับเดิมนั้นไม่มี ไม่ทราบว่าผู้ใดต่อเติมเข้าไป บทนี้เป็นบทให้พรแก่ผู้อื่นของเจ้าประคุณสมเด็จโต ท่านใช้เวลาให้พรแก่พวกญาติโยมที่ไปหาท่าน ผู้ใดจะสวด้ดวยหรือไม่ก็ไม่เป็นไร แล้วแต่ความศรัทธา
     ปุตตะกาโม ละเภ ปุตตัง ธนะกาโม ละเภ ธะนัง อัตถิกาเยกายะญายะ เทวานัง ปิยะตัง สุตตะวา
     แปลตามใจความว่า ผู้ปรารถนาบุตร ขอให้ได้บุตรสมความปรารถนา ผู้ปรารถนาทรัพย์ จงได้ทรัพย์สมความปรารถนา และขออัญเชิญเทวดา จงมาร่วมรับรู้อนุโมทนาให้เขาเหล่านั้นจงสเร็จตามความปรารถนาทุกประการ

๑) ชะยาสะนากะตา พุทธา เชตะวา มารัง สะวาหะนัง จะตุสัจจาสะภัง ระสัง เย ปิวิงสุ นะราสะภา

๒) ตัณหังกะราทะโย พุทธา อัฏฐะวีสะติ นายะกา สัพเพ ปะติฏฐิตา มัยหัง มัตถะเก เต มุนิสสะรา

๓) สีเส ปะติฏฐิโต มัยหัง พุทโธ ธัมโม ทะวิโลจะเน สังโฆ ปะติฏฐิโต มัยหัง อุเร สัพพะคุณากะโร

๔) หะทะเย เม อะนุรุทโธ สารีปุตโต จะ ทักขิเณ โกณฑัญโญ ปิฏฐิภาคัสมิง โมคคัลลาโน จะ วามะเก

๕) ทักขิเณ สะวะเน มัยหัง อาสุง อานันทะราหุลา กัสสะโป จะ มะหานาโม อุภาสุง วามะโสตะเก

๖) เกสะโต ปิฏฐิภาคัสมิง สุริโยวะ ปะภังกะโร นิสินโน สิริสัมปันโน โสภิโต มุนิปุงคะโว

๗) กุมาระกัสสะโป เถโร มะเหสี จิตตะวาทะโก โส มัยหัง วะทะเน นิจจัง ปะติฏฐาสิ คุณากะโร

๘) ปุณโณ อังคุลิมาโล จะ อุปาลีนันทะสีวะลี เถรา ปัญจะ อิเม ชาตา นะลาเฏ ติละกา มะมะ

๙) เสสาสีติ มะหาเถรา วิชิตา ชินะสาวะกา เอตาสีติ มะหาเถรา ชิตะวันโต ชิโนระสา ชะลันตา สีละเตเชนะ อังคะมังเคสุ สัณฐิตา

๑๐) ระตะนัง ปุระโต อาสิ ทักขิเณ เมตตะสุตตะกัง ธะชัคคัง ปัจฉะโต อาสิ วาเม อังคุลิมาละกัง

๑๑) ขันธะโมระปะริตตัญจะ อาฏานาฏิยะสุตตะกัง อากาเส ฉะทะนัง อาสิ เสสา ปาการะสัณฐิตา

๑๒) ชินาณาวะระสังยุตตา สัตตัปปาการะลังกะตา วาตะปิตตาทิสัญชาตา พาหิรัชฌัตตุปัททะวา

๑๓) อะเสสา วินะยัง ยันตุ อะนันตะชินะเตชะสา วะสะโต เม สะกิจเจนะ สะทา สัมพุทธะปัญชะเร

๑๔) ชินะปัญชะระมัชฌัมหิ วิหะรันตัง มะฮีตะเล สะทา ปาเลนตุ มัง สัพเพ เต มะหาปุริสาสะภา

๑๕) อิจเจวะมันโต สุคุตโต สุรักโข ชินานุภาเวนะ ชิตุปัททะโว ธัมมานุภาเวนะ ชิตาริสังโค สังฆานุภาเวนะ ชิตันตะราโย สัทธัมมานุภาวะ ปาลิโต จะรามิ ชินะปัญชะเรติฯ

เจ็นฯ คัด / พรกนกฯ ทาน

คลิ๊ก !! ดาวน์โหลด

                                                       
คำแปลพระคาถาชินบัญชร

๑. พระพุทธเจ้า และพระนราสภาทั้งหลายผู้ประทับนั่งแล้วบนชัยบัลลังก์ ทรงพิชิตพระยามาราธิราช ผู้พรั่งพร้อมด้วยเสนาราชพาหนะแล้วเสวยอมตรส คือ อริยะสัจจธรรมทั้งสี่ประการ เป็นผู้นำสรรพัตว์ให้ข้ามพ้นจากกิเลสและกองทุกข์

๒. มี ๒๘ พระองค์ คือ พระผู้ทรงพระนาวว่า ตัณหังกร เป็นอาทิ พระพุทธเจ้าจอมมุนีทั้งหมดนั้น

๓. ข้าพระพุทธเจ้า ขออัญเชิญมาประดิษฐาน เหนือเศียรเกล้า องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ประดิษฐานอยู่บนศรีษะพระธรรมอยุ่ที่ดวงตาทั้งสอง พระสงฆ์ผู้เป็นอากรบ่อเกิดแห่งสรรพคุณ อยู่ที่อก
 
๔. พระอนุรุทธะอยู่ที่ใจ พระสารีบุตรอยุ่เบื้องขวา พระโมคคับบาน์อยู่เบื้องซ้าย พระอัญญาโกณฑัญญะอยู่เบื้องหลัง
 
๕. พระอานนท์ กับพระราหุลอยู่หูขวา พระกัสสะปะกับพระมหานามะอยู่ที่หูซ้าย
 
๖. มุนีผ้ประเสริฐ คือ พระโสภิตะผู้สมบูรณ์ด้วยสิริ ดังพระอาทิตย์ส่องแสงอยู่ที่ทุกเส้นขน ตลอดร่างทั้งข้างหน้าและข้างหลัง
 
๗. พระเถระกุมาระกัสสะปะ ผู้แสวงบุญทรงคุณอันวิเศษ มีวาทะอันวิจิตรไพเราะอยู่ปากเป็นประจำ
 
๘. พระปุณณะ พระอังคุลิมาล พระอุบาลี พระนันทะ และพระสีวะลี พระเถระทั้ง ๕ นี้ ปรากฏเกิดเป็นกระแจะจุณเจิมที่หน้าผาก
 
๙. ส่วนพระอสีติมหาเถระที่เหลือ ผู้มีชัยและเป็นพระโอรสเป็นพระสาวกของพระพุทธเจ้าผู้ทรงชัย แต่ละองค์ล้วนรุ่งเรืองไพโรจน์ด้วยเดชแห่งศีลให้ดำรงอยู่ทั่วอวัยวะน้อยใหญ่
 
๑๐. พระรัตนสูตรอยู่เบื้องหน้า พระเมตตาสูตรอยู่เบื้องขวา พระอังคุลิมาลปริตรอยู่เบื้องซ้าย พระธชัคคะสูตรอยู่เบื้องหลัง
 
๑๑. พระขันธปริตร พระโมรปริตรและพระอาฏานาฏิยสูตรเป็นเครื่องกางกั้นดุจหลังคาอยู่บนนภากาศ
 
๑๒. อนึ่ง พระชินเจ้าทั้งหลาย นอกที่ได้กล่าวมาแล้วนี้ ผู้ประกอบพร้อมด้วยกำลังนานาชนิดมีศีลาทิคุณอันมั่นคง คือสัตตะปราการเป็นอาภรณ์มาตั้งล้อมเป็นกำแพงคุ้มครองเจ็ดชั้น
 
๑๓. ด้วยเดชานุภาพแห่งพระอนันตชินเจ้า ไม่ว่าจะทำกิจการใดๆ เมื่อข้าพระพุทธเจ้า เข้าอาศัยอยู่ในพระบัญชรแวดวงกรงล้อมแห่งพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ขอโรคอุปัทวะทั้งภายนอกและภายใจ อันเกิดแต่โรคร้าย คือโรคลม และโรคดี เป็นต้น เป็นสมุฏฐานจงกำจัดให้พินาศไปอย่างได้เหลือ
 
๑๔. ขอพระมหาบุรุษผู้ทรงพระคุณอันล้ำเลิศทั้งปวงนั้น จงอภิบาลข้าพระพุทธเจ้า ผู้อยู่ในภาคพื้นท่ามกลางพระชินบัญชร ข้าพระพุทธเจ้าได้รับการคุ้มครองปกปักรักษาภายในเป็นอันดีฉะนี้แล
 
๑๕. ข้าพระพุทธเจ้า ได้รับการอภิบาลด้วยคุณนุภาพแห่งสัทธรรม จึงชนะเสียได้ซึ่งอุปัทวะอันตรายใดๆ ด้วยอานุภาพแห่งพระชินะพุทธเจ้าชนะข้าศึกศัตรูด้วยอานุภาพแห่งพระธรรม ชนะอันตรายทั้งปวงด้วยอานุภาพแห่งพระสงฆ์  ขอข้าพระพุทธเจ้าจงได้ปฏิบัติและรักษาดำเนินไปด้วยสวัสดีเป็นนิจนิรันดร เทอญ
 
 
อานิสงส์แห่งพระคาถาชินบัญชร
 
 
     พระคาถาชินบัญชรนี้ เป็นคาถาที่ศักดิ์สิทธิ์ยิ่งนัก ซึ่งตกทอดมาจากประเทศลังกา โดย เจ้าประคุณ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) ค้นพบในคัมภีร์โบราณ ได้เพิ่มเติมถ้อยคำให้สละสลวยสมบูรณ์ แปลออกมาแล้วเป็นการป้องกันภัยทั้งปวงให้กับผู้เจริญภาวนา

     พระคาถานี้ เป็นการอัญเชิญพระบรมศาสนา และพระอรหันต์ผู้สำเร็จคุณวิเศษมาประดิษฐานที่ตัวผู้ภาวนา ตั้งแต่กระหม่อม (เส้นผมเส้นบนสุด) รอบๆ ตัว ทั้งเบื้องบนและเบื้องล่าง ไม่เปิดช่องว่างให้สิ่งไม่มีหรือสิ่งชั่วร้ายเข้ามากร้ำกรายตัวผู้ภาวนาได้แม้แต่นิดเดียว

     ผู้ใดสวดภาวนาพระคาถาชินบัญชีนี้เป็นประจำจะทำให้เกิดความเจริญพูนผลมากมาย ศัตรูจะไม่กล้าทำร้าย จะไปที่ไหนก็เกิดเมตตามหานิยม มีลาภ สรรเสริญ บารมี ขจัดภัยจากภูตผีปีศาจ และคุณไสยต่างๆ ไม่สามารถเข้ามาสิ่งอยู่ในร่างเราได้  ทำน้ำมนต์ก็สามารถเอาไปพรมน้ำมนต์เพื่อขจัดภัยภิบัติได้ มีอานุภาพสุดจะบรรยาย จะไปที่ไหน สวดให้ครบ ๑๐ เที่ยว จะเกิดอานุภาพเหนือคำบรรยาย
 
...............................................
 
มงคลชีวิต
     ปฐมเหตุของมงคลชีวิต ประมาณ 12 ปี ก่อนพุทธกาล ประชาชนต่างตื่นตัวว่า อะไรคือเหตุที่ทำให้ชีวิตเป็นมงคล บ้างก็ว่า การมีสิ่งของ เช่น ต้นไม้ สัตว์ หรือว่ารูปเคารพต่างๆ จะทำให้ชีวิตเป็นมงคล
     เรื่องราวการอภิปรายเรืองมงคล ก็ไปถึงภุมเทวา คือเทวดาในระดับพื้นดิน เทวดาก็สนทนากันว่าอะไรคือมงคล ประเด็นนี้ก็ลุกลามไปถึงอากาศเทวา ไปถึงสวรรค์ชั้นต่างๆ จนถึงพระหมโลกชั้นสุทธาวาส ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัย ของมนุษย์ที่บรรลุธรรมเป็นพระอนาคามีแล้ว มีความเข้าใจในเรื่องมงคลชีวิตเป็นอย่างดี แต่ไม่สามารถอธิบายได้ จึงได้ประกาศให้เทวดาทราบว่า พระสัมมาสัมพุทธเจ้า จะเสด็จลงมาตรัสรู้ธรรมในอีก 12 ปี ให้ไปถามพระพุทธองค์ในตอนนั้น
     เมื่อพระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสรู้อนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณแล้ว คืนหนึ่งขณะที่ประทับอยู่ ณ เชตะวันมหาวิหาร ใกล้เมืองสาวัตถี ท้าวสักกะเทวราชได้นำหมู่เทวดาเข้าเฝ้า และบัญชาให้เทพบุตรองค์หนึ่งทูลถามพระองค์ว่า อะไรคือมงคลของชีวิต พระสัมมาสัมพุทธเจ้าจึงทรงแสดงหลักมงคล ซึ่งมีทั้งหมด ๓๘ ประการ
     มงคลของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไม่ยึดถือวัตถุ แต่ยึดถือการปฏิบัติฝึกฝนตนเอง
 
มงคลชีวิต ๓๘ ประการ
     มงคลชีวิต คือ คำแนะนำในการดำเนินชีวิตเพื่อความสุขและความเจริญก้าวหน้าของชีวิต ซึ่งพระพุทธเจ้าทรง แสดงวไ ๓๘ ข้อ หรือเรียกว่า มงคล ๓๘ ประการ
     มงคลชีวิตข้อที่ ๑: ไม่คบคนพาล
     การไม่คบคนพาลเป็นมงคล เพราะการคบคนพาลพาไปหาผิด การไม่คบคนพาลจึงทำให้พ้นจากโอกาสที่จะหลงเข้าสุ่ความผิด นำมาซึ่งความสรรเสริญของคนทั่วไป และประสบความสุขความก้าวหน้าในชีวิต
     มงคลชีวิตข้อที่ ๒: คบบัณฑิต
    
รายชื่อเพื่อนสมาชิกที่ร่วมอนุโมทนาสร้างโฮมเพจนี้

๑) ดาบตำรวจเจ็น

ชุมทอง
๒) นายประเวศ ชุมทอง
๓) นางพจนา ไกรน้อย
๔) นางวิมนฑา บวรเสนีย์
๕) เด็กหญิง พรกนก ชุมทอง
 
ขอรับเอาส่วนบุญแห่งธรรมทานครั้งนี้ด้วย  สาธุ
 

 

 


VIDEO


VIDEO

VIDEO

VIDEO

VIDEO

VIDEO

VIDEO

 

Side Page


 
- ผู้ชม วันนี้ 62 คน
- ผู้ชม เมื่อวาน 122 คน
- ผู้ชม เดือนนี้ 2854 คน
- ผู้ชม ปีนี้ 13263 คน
- ผู้ชม ทั้งหมด 697244 คน
- เริ่มเมื่อ 2009-01-09


Copyright (c) 2006 by Your Name Gen chumtong

Website Templates by Free CSS Templates


Powered by AIWEB